ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล ขึ้นจ่าฝูงครั้งแรกกับชัยชนะครั้งสำคัญของทีม

ลิเวอร์พูล ขึ้นจ่าฝูงครั้งแรกแบบเดี่ยวๆนับจาก 1 ต.ค. หลังจากชนะแมนฯยูไนเต็ด ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นฟุตบอลหมดจดสมบูรณ์แบบ กับชัยชนะครั้งสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้

นาทีที่ 7 แฟนหงส์และแฟนผีร่วมกันปรบมือให้กำลังใจจากการสูญเสียของ คริสเตียโน โรนัลโด

บันทึกเอาไว้ว่าประตูแรกของเกมเกิดขึ้นนาทีที่ 4.39 ของ ลุยส์ ดิอาส ซึ่งเร็วกว่าประตูแรกของ เกอิตา ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 0.03 วินาที….นาทีที่ 4.42 การขึ้นนำเร็วในเกมแบบนี้ทำให้ทุกอย่างผ่อนคลาย 

ใน 25 นาทีแรก ลิเวอร์พูลสร้างโอกาสเข้ายิงได้ 6 ครั้งเข้ากรอบ 2 เป็นสองประตู ส่วนแมนฯยูฯ ไม่สามารถพาบอลมาถึงหน้าเขตโทษลิเวอร์พูลได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งแรกที่แมนฯยูฯ ได้สัมผัสบอลในเขตโทษ คือจังหวะเตะมุมครั้งแรกของทีมนาทีที่ 33 แต่ก็ไม่ใช่จังหวะยิง

ครึ่งหลัง ราล์ฟ ปรับเล่น 4-4-2

ราล์ฟ รังนิก ปรับรูปแบบมาเล่นแบ๊กโฟร์ เขาถอด ฟิล โจนส์ ออก แล้วส่ง เจดอน ซานโช ลงมาเล่นด้านซ้าย โยก ดาโลต์ กลับไปเล่นแบ็กขวา วานบิสซากา เล่นแบ๊กซ้าย โดยหน้าคู่ แรชฟอร์ด เอลังกา โดย บรูโน, ลินการ์ด, ซานโช ยืนเป็นสามกองกลางหลังหน้าคู่ และ มาติช คือกลางรับยืนหน้ากองหลังสี่คน ถือว่าการปรับแบบนี้ทำให้เริ่มมีความมั่นใจในการเล่น มากขึ้นกว่าครึ่งแรก 

ครึ่งหลังเกมของแมนฯยูฯ ดีขึ้นเรื่อยๆ เด็กหงส์เสียบอลง่ายๆ แดนกลางเก็บบอลสองไม่ได้มากเหมือนครึ่งแรกทำให้ แมนฯยูฯ ได้เล่นเกมมากขึ้น และมีโอกาสพาบอลมาแดนสามได้บ้าง แต่ก็ยังหาโอกาสจบไม่ได้ ครั้งแรกที่ยิงคือนาทีที่ 55 จากซานโช ซึ่งเข้ามือ เบคเกอร์ ดูเหมือนเด็กหงส์ จะเสียจังหวะการเล่นของตัวเองจนถึงนาทีที่ 65 แต่ก็ยังดีที่แมนฯยูไนเต็ดไม่ได้สร้างความกดดันอะไรมาก

บทสรุปเกมนี้….ชัดเจน ฟุตบอล ในการควบคุมของลิเวอร์พูลทั้งหมด

แมนฯยูไนเต็ด นัดนี้เล่นด้วยความหวังมากกว่า “แทกติก”

ทุกแดนของสนาม หลัง, กลางและตัวรุก

การเข้าทำ , การแย่งบอล,​การผ่านบอล

แมนฯยูไนเต็ด แพ้อย่างราบคาบทั้งสกอร์และรูปเกม

กลายเป็นศึกแดงไม่ค่อยเดือดไปในเกมล่าสุด

นั่นรวมทั้งเบ็ดเสร็จสองเกมที่ลิเวอร์พูลชนะ แมนฯยูฯ สองนัด 9-0

Show More

Related Articles

Back to top button
Close