ข่าวฟุตบอล

เชื่อหรือไม่ว่าฟุตบอลเคยมีฉายาว่ากีฬาของคนเถื่อนที่เล่นโดยผู้ดี

ตามประวัติศาสตร์ที่ถูกยอมรับฟุตบอลที่เริ่มต้นในเมืองผู้ดีอย่างอังกฤษซ้ำยังเริ่มจากวงแคบๆของพวกชนชั้นสูงที่ในเคมบริดจ์มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของอังกฤษ ซึ่งไม่น่าเชื่อใช่ไหมละครับว่ามันเคยถูกนิยามว่ากีฬาของคนเถือน การอธิบายที่มาที่ไปของเรื่องนี้ผมจำเป็นต้องโยงไปยังอีกดินแดนข้ามน้ำข้ามทะเลไปอย่างฝั่งอเมริกา อย่างที่ทราบละครับว่ากีฬายอดนิยมของคนอเมริกาก็คืออเมริกันฟุตบอลซึ่งที่ต้องพูดถึงก็เพราะมันเคยมีการเปรียบเทีบกีฬาสองประเภทนี้ขึ้นซึ่งอเมริกันฟุตบอลถูกเรียกว่ากีฬาของผู้ดีที่เล่นโดยคนเถื่อน 

ครึ่งแรก

พอผมเปรียบเทียบกันแบบนี้พอนึกออกไหมครับว่าทำไมถึงมีการนิยามแบบนั้น เอาละครับคำว่ากีฬาของคนเถื่อนที่เล่นโดยผู้ดีก็หมายถึงก็ฬาที่ต้องใช้เท้าเล่น ซึ่งเป็นก็ฬาที่เป็นที่นิยมในอังกฤษ และกีฬาที่ใช้มือเล่นอย่างอเมริกันฟุตกลับเป็นที่นิยมในประเทศที่ออกจะหัวขบถต่อธรรมเนียมดั่งเดิมอย่างอเมริกา ก่อนจะเล่าถึงประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ไหนๆผมก็เกริ่นเรื่องอเมริกันฟุตบอลมาแล้วผมก็จะแวะเล่าให้ฟังหน่อยละกัน หากใครติดตามลักบี้อยู่บ้างก็อาจจะพอเคยได้ยินการแข่งขัน Six Nations มันก็การแข่งขันลักบี้ของกลุ่มประเทศ 6 ประเทศ อันได้แก่ อังกฤษ ฝรังเศษ อิตาลี่ สก๊อตแลนด์ เวลส์ ซึ่งน่าแปลกใจมากสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่อังกฤษวันไหนที่มีถ่ายทอดสดลักบี้ Six Nations ให้คุณลืมฟุตบอลไปได้เลยเพราะทีวีทุกช่องจะพากันถ่ายลักบี้ ผับทุกที่ก็พากันเปิด อาจจะเป็นเพราะมันไม่ได้มีบ่อยเลยทำให้เมื่อมีการแข่งขันคนก็ต้องพากันไปดู  ซึ่งฝรั่งเนี่ยมันบ้ากีฬาชนิดนี้มากพอสมควร และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของอเมริกันฟุตบอลแต่อย่างที่รู้กันเมื่อถูกเล่นในอมเริกันคุณต้องไปสุดทาง บ้าคลั้งเอาเป็นเอาตาย คุณจึงเห็นลักบี้เวอร์ชั้นที่ต่างไป ดุดันเผ็ดมันมากกว่า กีฬาลักบี้เดินทางไปเติบโตที่อเมริกากลายเป็นอเมริกันฟุตบอล(ซึ่งใช้มือเล่น)ส่วนกีฬาฟุตบอลก็เติบโตมาเรื่อยๆและแพร่ขยายออกไปทั่วโลก 

ครึ่งหลัง

ฟุตบอลเริ่มต้นที่ไหนแท้จริงแล้วมีการอ่างความเป็นเจ้าของอยู่หลายที่มากในจีนเองก็มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเตะลูกกลมๆ ที่ทำมาจากหนังสัตว์ แต่เราจะพูดถึงจุดเริ่มต้นที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดละกันครับซึ่งเริ่มต้นที่สนามหญ้าของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์การเตะลูกกลมๆไปๆมาๆนั้นสร้างความสนุกก็จริงแต่ในตอนนั้นไม่ได้มีกติกาชัดเจน เพียงแต่มีความเข้าใจตรงกันแบบหลวมๆว่าใช้เท้าเล่นและนับแต้มจากการเตะเข้าประตูอีกฝั่ง เมื่อไม่มีกติกาชัดเจนนั้นทุกครั้งที่มีการเล่นฟุตบอลก็มักจะมีมวยตามมาด้วยเสมอ และถึงขนาดมีการสั่งห้ามเล่นฟุตบอลในที่สุด แต่ก็อย่างที่เราทุกคนเป็นถ้าขาไม่ขาดก็ไม่อาจเลิกเตะได้ นักศึกษาในเคมบริดจ์ที่บ้าคลังการเล่นชนิดนี้จึงมีการรวมกลุ่มกันเขียนกติกากลางขึ้นมาและจัดระเบียบใหม่กีฬาฟุตบอลจึงกลับมามีชีวิตอีกครั้งและเริ่มแพร่หลายไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เติบดตจนเกิดสมาคมกีฬาฟุตบอลขึ้นในที่สุด เมื่อเป็นสมาคมก็ไม่ใช่แค่เรื่องกติกาในสนามแต่กติกานอกสนามก็ยังไม่มีการเขียนอย่างชัดเจนจึงพัฒนาระบบจัดการต่างๆ ขึ้นมาเรื่อยๆในระหว่างนั้นจนเป็นลีก เรื่องที่น่าตลกคือประธานสมาคมฟุตบอลของอังกฤษคนแรกก็เป็นผู้เล่นจากทีมหนึ่งที่เล่นอยู่ในลีกและเมื่อเป็นเช่นนี้ก็มักจะเป็นปัญหาอยู่บ่อยๆ เมื่อกีฬาฟุตบอลแพร่หลายไปเรื่อยๆ จนขยายไปถึงกลุ่มของชนชั้นแรง 

แน่นนอนในสนามเดียวกันกติกาเดียวคนรวยและจนอยู่คนระฝั่งกีฬาฟุตบอลจึงกลายมาเป็นตัวแทนของบางอย่าง และทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลเมื่อทีมจากโรงงานทอผ้าเอาชนะทีมของประธานสมาคมฟุตบอล ฟุตบอลจึงมีความหมายมากมายกว่าเกมส์กีฬานับจากชัยชนะในวันนั้น ความเท่าเทียมและการต่อสู้จึงเป็นความหมายของฟุตบอลตลอดมา

Show More

Related Articles

Back to top button
Close